ไข้เลือดออกมือสองคืออะไร? ทำไมถึงอันตรายกว่าครั้งแรก
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "ไข้เลือดออกมือสอง" แล้วสงสัยว่าเกี่ยวอะไรกับไข้เลือดออกทั่วไป จริง ๆ แล้วคำนี้หมายถึงการเป็นไข้เลือดออก รอบที่สอง ซึ่งอาจอันตรายกว่าครั้งแรกมาก เพราะร่างกายจะมีปฏิกิริยารุนแรงขึ้นเมื่อเจอเชื้อไวรัสเดงกีที่ต่างจากรอบแรก
ไข้เลือดออกคืออะไร?
ไข้เลือดออกเป็นโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ผู้ป่วยมักจะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตัว เบื่ออาหาร และอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง
แล้ว “มือสอง” คืออะไร?
ไวรัสเดงกีมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ถ้าเราเคยติดเชื้อสายพันธุ์หนึ่งไปแล้ว แล้วมาโดนอีกสายพันธุ์หนึ่ง ร่างกายจะตอบสนองรุนแรงกว่าเดิม จนอาจทำให้เลือดออกในร่างกาย ความดันต่ำ หรือถึงขั้น ช็อกและเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
อาการของไข้เลือดออกมือสองเป็นยังไง?
- ไข้สูงไม่ลด
- ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดท้องมาก หรือมีเลือดออก
- เหนื่อย อ่อนเพลีย หรือหมดสติ
หากไม่รีบรักษา อาจเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้
วิธีป้องกันไข้เลือดออก (ไม่ว่าจะรอบแรกหรือรอบสอง)
- กำจัดแหล่งน้ำขังในบ้าน เช่น กระถางต้นไม้ ถาดรองน้ำ
- นอนในมุ้ง หรือห้องที่มีมุ้งลวด
- ทายากันยุงทุกวัน โดยเฉพาะเด็กเล็ก
- หรือใช้ สมุนไพรธรรมชาติไล่ยุง ที่ปลอดภัยและทำเองได้ที่บ้าน
แล้วเราควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกไหม?
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกแล้ว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นไข้เลือดออกมือสองที่อันตรายได้มากขึ้น
แนะนำ:
- หากคุณเคยเป็นไข้เลือดออกมาแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อรอบที่ 2
- หากไม่แน่ใจว่าเคยเป็นหรือไม่ แพทย์สามารถตรวจภูมิคุ้มกันก่อนได้
- หรือจะฉีดไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่แรกก็เป็นทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดบ่อย
วัคซีนบางชนิดเหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป และควรได้รับการพิจารณาจากแพทย์ก่อนฉีด
วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงได้แค่ไหน?
จากผลวิจัย วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกมีประสิทธิภาพสูงในการลดความรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ที่เคยติดเชื้อเดงกีไว้ก่อน:
- Dengvaxia: ลดการป่วยแบบยืนยันในเลือด ~82%, ลดการนอน รพ. ~79%, ลดไข้เลือดออกรุนแรง ~84% (กลุ่มอายุ 9–16 ปี เคยป่วยแล้ว)
[WHO – Dengue and severe dengue] - Qdenga: ลดการนอน รพ. ได้ ~84% และลดการป่วยทั่วไปได้ ~61% (อายุ 6–16 ปี ไม่ต้องเคยป่วย)
[Takeda – Qdenga Efficacy Study] - วัคซีนรุ่นใหม่ เช่น Butantan D‑V (ฉีดเข็มเดียว): ป้องกันอาการป่วยทั่วไป ~80% และในกลุ่มเคยป่วยมาก่อน ~89%
[NIH – Butantan DV Phase 3 Study]
ดังนั้น หากคุณเคยป่วยไข้เลือดออกครั้งแรก หรือไม่แน่ใจว่าเคยติดเชื้อหรือไม่ การฉีดวัคซีนจะช่วยลดโอกาสในการป่วยหนักหรือต้องนอน รพ. ได้มาก
เมื่อไรควรไปหาหมอ?
หากมีไข้สูงเกิน 2 วัน หรือเริ่มมีอาการปวดท้อง อาเจียน หรือเลือดออก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที อย่ารอให้ถึงขั้นช็อก เพราะอาจอันตรายถึงชีวิต
แชร์บทความนี้ ให้คนในครอบครัวและเพื่อนรู้จักไข้เลือดออกมือสอง เพื่อช่วยกันป้องกันแต่เนิ่น ๆ ดีกว่ามารักษาทีหลังครับ
สนใจวิธีไล่ยุงแบบธรรมชาติ ปลอดภัยกับคนในบ้าน?
แนะนำบทความพิเศษ: “ไล่ยุงด้วยสมุนไพรธรรมชาติ ปลอดภัย ทำเองได้ที่บ้าน”
อ่านวิธีไล่ยุงด้วยสมุนไพร
